ผีหลอกกลางสังเวียนไก่ชน (ตอนที่ 1)

ผีหลอกกลางสังเวียน : เรื่องเล่าจากไก่ที่เป็นต่อ แต่แพ้ในจังหวะเดียว

ผมนั่งอยู่ข้างสังเวียนชนวันนั้นด้วยอารมณ์สบาย ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะลุ้นอะไรเป็นพิเศษ เพราะคู่ที่กำลังจะปล่อย เป็นคู่ที่ดูยังไงก็รู้ว่าเกมมันขาด ไก่เยียร์สีแดงเป็นต่อชัดเจน ทั้งชื่อ ทั้งทรง ทั้งประสบการณ์สนาม ราคาเปิดมาก็ไม่ต้องอธิบาย โอกาสชนะถ้ามองตามรูปเกมคือเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เต็ม ๆ

ฝั่งตัวรองเป็นไก่สีหวาย สภาพตอนนั้นแทบไม่มีใครให้ราคา ยืนทรงยังไม่เต็ม เดินก็ไม่ค่อยนิ่ง แค่พยายามประคองตัวให้ยืนอยู่ในสังเวียนยังดูยาก โอกาสชนะหนึ่งเปอร์เซ็นต์ในสายตาเซียนหลายคน ยังดูเยอะไปด้วยซ้ำ แฟนที่เชียร์ตัวรองนั่งเงียบ ๆ เหมือนรู้ดีว่าคงได้แค่ดูจนจบ

พอปล่อยไก่ลงชน ภาพทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด ไก่เยียร์แดงเดินคุมสังเวียน ข่มทุกจังหวะ เข้าออกอย่างมั่นใจ ไก่หวายโดนกด โดนไล่ เกมมันขาดจนบรรยากาศรอบสนามเริ่มนิ่ง เซียนหลายคนเลิกมอง เพราะมันดูเหมือนเรื่องของเวลาเท่านั้น

แต่สังเวียนชน เป็นที่ที่ไม่เคยให้ใครมั่นใจได้จนกว่าจะจบจริง

จังหวะนั้นมันเกิดขึ้นเร็วมาก ไก่สีหวายที่แทบหมดสภาพ เงยหัวขึ้นมาในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เตะสวนขึ้นมาเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่ขาที่แรง ไม่ใช่ขาที่สวย แต่เป็นขาที่เข้าเป้าเต็มตำแหน่ง ไก่เยียร์แดงทรุดลงทันที คอพับ ขาอ่อน แล้วลงไปนอนกับพื้นสังเวียน

วินาทีนั้น แฟนที่เชียร์ตัวรองเฮลั่นสังเวียน เสียงดังจนกลบทุกอย่าง เซียนที่นั่งนิ่งมาตลอดเริ่มขยับตัว เพราะทุกคนรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ธรรมดา นี่คือสิ่งที่ภาษาเซียนเรียกกันว่า “ผีหลอก”

กรรมการเข้ามาจับไก่ทั้งสองตัวมาปะหน้ากันอีกครั้งตามหน้าที่ ไก่หวายแม้จะอ่อนแรง แต่ยังยืน ยังตั้งตัว ยังมองคู่ต่อสู้ได้ ส่วนไก่เยียร์แดงที่ก่อนหน้านี้เป็นต่อถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ พอถูกวางลงกลับไม่ยืน ไม่ตั้งจังหวะ แต่กลับวิ่งหนี กระโดดออกจากสังเวียนอย่างชัดเจน

ภาพตรงหน้านั้น ไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ อีก กรรมการตัดสินให้ไก่สีหวายเป็นผู้ชนะ ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนตัวรอง และความเงียบของฝั่งที่เป็นต่อมาตลอดทั้งเกม

ไก่เยียร์แดงวันนั้น ไม่ได้แพ้เพราะไม่เก่ง ไม่ได้แพ้เพราะอีกฝ่ายเหนือกว่า แต่มันแพ้เพราะแผลเดียวที่มาในจังหวะที่ไม่ควรมา แผลที่ไม่ต้องมีเลือด ไม่ต้องตีซ้ำ แต่ตัดทั้งแรง ทั้งสติ ทั้งความมั่นใจในพริบตาเดียว

นี่แหละคือ “ผีหลอกกลางสังเวียน” ของจริง ไก่ที่แทบไม่มีโอกาสชนะ กลับเดินออกมาเป็นผู้ชนะ ส่วนไก่ที่โอกาสชนะเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ กลับวิ่งหนีออกจากสังเวียนต่อหน้าต่อตาคนทั้งสนาม

และนี่คือเหตุผลว่าทำไม คนในวงการไก่ชนถึงพูดกันเสมอว่า
ตราบใดที่ไก่ยังยืนอยู่ในสังเวียน
หนึ่งเปอร์เซ็นต์…ก็ยังมีค่าเสมอ